── คู่มือที่ดิน

ค่าโอนที่ดิน + ภาษีที่ต้องจ่าย มีอะไรบ้าง ใครจ่ายเท่าไหร่

หลายคนวางแผนงบไว้แค่ "ราคาที่ดิน" แล้วลืมเผื่อค่าใช้จ่ายวันโอนไว้ พอถึงวันจริงถึงรู้ว่าต้องจ่ายเพิ่มอีกหลักหมื่นถึงหลักแสน ต่อรองไม่ทันเพราะนัดสำนักงานที่ดินไว้แล้ว

บทความนี้สรุป 4 รายการหลักที่ต้องจ่ายวันโอน ใครจ่ายตามธรรมเนียม และข้อควรระวังสำหรับที่ดินเปล่า/สวนทุเรียนโดยเฉพาะ ซึ่งต่างจากการซื้อบ้านตรงที่ไม่เข้ามาตรการลดค่าธรรมเนียมของรัฐ

4 รายการหลักที่ต้องจ่ายวันโอน

รายการ อัตรา ใครจ่ายตามธรรมเนียม เงื่อนไข
ค่าธรรมเนียมโอน 2% ของราคาประเมิน แบ่งคนละครึ่ง (เจรจาได้) จ่ายทุกกรณี
ภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% ของราคาขายหรือราคาประเมิน (สูงกว่า) ผู้ขาย ถือครองน้อยกว่า 5 ปี
อากรแสตมป์ 0.5% ของราคาขายหรือราคาประเมิน (สูงกว่า) ผู้ขาย ถือครองตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป (จ่ายแทน SBT)
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย บุคคลธรรมดา: ขั้นบันไดตามปีถือครอง / นิติบุคคล: 1% ผู้ขาย จ่ายทุกกรณี

อธิบายทีละรายการ

ค่าธรรมเนียมโอน — 2% ของราคาประเมิน

คำนวณจากราคาประเมินของกรมธนารักษ์ (ไม่ใช่ราคาซื้อขายจริงที่ตกลงกัน) จ่ายให้สำนักงานที่ดิน ณ วันโอน ตามธรรมเนียมทั่วไปฝ่ายผู้ซื้อและผู้ขายจะแบ่งกันจ่ายคนละครึ่ง แต่ไม่ใช่ข้อบังคับตามกฎหมาย — ตกลงกันเองได้ว่าใครจะจ่ายส่วนไหน แล้วเขียนไว้ในสัญญาซื้อขายให้ชัดเจน

มาตรการลดค่าโอนเหลือ 0.01% — ใครได้สิทธิ์บ้าง

รัฐบาลมีมาตรการลดค่าธรรมเนียมโอน (และค่าจดจำนอง) เหลือ 0.01% เพื่อกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ ล่าสุดคณะรัฐมนตรีมีมติขยายเวลาต่อถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570 โดยมีเงื่อนไข: เป็นที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง (บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮาส์ อาคารพาณิชย์ หรือคอนโด) ราคาซื้อขาย ราคาประเมิน และวงเงินจำนอง ต้องไม่เกิน 7 ล้านบาท และผู้ซื้อต้องเป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย

สิ่งที่คนซื้อที่ดินเปล่าหรือสวนทุเรียนมักเข้าใจผิด: ที่ดินเปล่าที่ไม่มีสิ่งปลูกสร้างไม่เข้าเงื่อนไขมาตรการนี้ ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมโอนเต็มอัตรา 2% ตามปกติ — สวนทุเรียนส่วนใหญ่ที่ซื้อขายกันจึงไม่ได้ลด ควรเผื่องบส่วนนี้ไว้ตั้งแต่ต้น ไม่ใช่คาดหวังว่าจะได้ 0.01%

เงื่อนไขและระยะเวลาของมาตรการนี้เปลี่ยนแปลงได้ตามนโยบายรัฐบาลแต่ละช่วง ควรสอบถามอัตราล่าสุดกับสำนักงานที่ดินก่อนวันโอนจริงเสมอ

ภาษีธุรกิจเฉพาะ กับ อากรแสตมป์ — จ่ายอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น

สองรายการนี้ไม่จ่ายซ้ำกัน ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ผู้ขายถือครองที่ดิน: ถ้าถือครองน้อยกว่า 5 ปี จ่ายภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% ถ้าถือครองตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป จ่ายอากรแสตมป์ 0.5% แทน (ยกเว้นกรณีมีชื่อในทะเบียนบ้านเกิน 1 ปี จะได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะแม้ถือครองไม่ถึง 5 ปี)

ทั้งสองรายการนี้เจ้าของที่ดิน (ผู้ขาย) เป็นผู้จ่ายตามธรรมเนียม แต่เช่นเดียวกับค่าธรรมเนียมโอน สามารถตกลงแบ่งจ่ายกันได้หากทั้งสองฝ่ายยินยอม

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย — ซับซ้อนที่สุด คำนวณตามปีที่ถือครอง

ถ้าผู้ขายเป็นนิติบุคคล คำนวณง่าย: หัก 1% ของราคาขายหรือราคาประเมิน แล้วแต่อย่างใดสูงกว่า

ถ้าผู้ขายเป็นบุคคลธรรมดา กรมสรรพากรกำหนดให้หักค่าใช้จ่ายแบบเหมาตามจำนวนปีที่ถือครอง ยิ่งถือครองนานยิ่งหักค่าใช้จ่ายได้เป็นสัดส่วนน้อยลง ก่อนนำเงินได้สุทธิที่เหลือไปคำนวณภาษีตามอัตราก้าวหน้า:

ฐานที่ใช้คำนวณสำหรับบุคคลธรรมดาคือราคาประเมินทุนทรัพย์เท่านั้น ไม่ใช่ราคาขายจริงที่ตกลงกัน (ต่างจากกรณีนิติบุคคลด้านบนที่ใช้ราคาสูงกว่าระหว่างสองราคา)

ปีที่ถือครอง หักค่าใช้จ่ายได้
1 ปี92%
2 ปี84%
3 ปี77%
4 ปี71%
5 ปี65%
6 ปี60%
7 ปี55%
8 ปีขึ้นไป50%

กรณีพิเศษที่พบบ่อยกับสวนทุเรียน: ถ้าที่ดินได้มาโดยทางมรดกหรือการให้โดยเสน่หา กรมสรรพากรใช้วิธีคำนวณต่างออกไป คือหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาคงที่ 50% (ไม่ใช้ตารางตามปีถือครองข้างต้น) และถ้าที่ดินอยู่นอกเขตเทศบาล จะได้รับยกเว้นเงินได้ 200,000 บาทแรกก่อนคำนวณด้วย นอกจากนี้ที่ดินที่ได้มาโดยมรดกยังได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะเสมอ ไม่ว่าจะถือครองมากี่ปีก็ตาม — เป็นกรณีที่พบบ่อยกับสวนทุเรียนที่ตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น จึงควรตรวจสอบกับสำนักงานที่ดินว่าเข้าเงื่อนไขนี้หรือไม่

ตัวเลขในตารางนี้เป็นหลักการคร่าวๆ เพื่อให้เห็นภาพเท่านั้น การคำนวณจริงมีรายละเอียดปลีกย่อยอีกมาก (เช่นการนับปีตามปีปฏิทิน การหารเฉลี่ยแล้วคูณกลับ) เจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินจะเป็นผู้คำนวณยอดจริงให้ ณ วันโอน ไม่ควรใช้ตัวเลขจากบทความนี้ไปคำนวณเองเพื่อยื่นภาษี

ขั้นตอนวันโอนที่สำนักงานที่ดิน

  1. นัดวันล่วงหน้ากับสำนักงานที่ดินในเขตที่ที่ดินตั้งอยู่ (บางจังหวัดจองคิวออนไลน์ได้)
  2. เตรียมเอกสาร: บัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย โฉนดตัวจริง หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามีคนมาแทน) และหนังสือยินยอมคู่สมรส (ถ้าที่ดินเป็นสินสมรส)
  3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารและประเมินราคาที่ดินตามราคาประเมินล่าสุดของกรมธนารักษ์
  4. เจ้าหน้าที่คำนวณค่าธรรมเนียมและภาษีทั้งหมดให้ ณ เคาน์เตอร์
  5. ชำระเงินตามที่ตกลงกันไว้ในสัญญา
  6. เจ้าหน้าที่จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์และแก้ชื่อในสารบัญจดทะเบียน
  7. รับโฉนดที่มีชื่อผู้ซื้อกลับไป — เสร็จสิ้นกระบวนการ

ใครจ่ายอะไร — ไม่ใช่กฎตายตัว

ตารางด้านบนคือธรรมเนียมปฏิบัติทั่วไปในตลาด แต่กฎหมายไม่ได้บังคับว่าใครต้องจ่ายรายการไหน ทุกอย่างตกลงกันเองได้ระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย ควรตกลงและเขียนไว้ในสัญญาซื้อขายให้ชัดเจนตั้งแต่ก่อนวางมัดจำ เพื่อไม่ให้มีปัญหาต่อรองกันหน้างานในวันโอน

เฉพาะสวนทุเรียนและที่ดินเปล่าในจันทบุรี

สวนทุเรียนและที่ดินเกษตรส่วนใหญ่ที่ซื้อขายกันเป็นที่ดินเปล่า ไม่มีสิ่งปลูกสร้าง จึงไม่เข้ามาตรการลดค่าธรรมเนียม 0.01% ตามที่อธิบายไว้ข้างต้น ควรวางแผนงบสำหรับค่าธรรมเนียมโอนเต็มอัตรา 2% ไว้ตั้งแต่ต้น และหากที่ดินมีบ้านพักในสวนติดโฉนดมาด้วย ควรสอบถามสำนักงานที่ดินโดยตรงว่าเข้าเงื่อนไขมาตรการหรือไม่ เพราะขึ้นอยู่กับรายละเอียดของสิ่งปลูกสร้างแต่ละแปลง

บทความนี้ให้ข้อมูลเบื้องต้นเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษีหรือกฎหมาย อัตราและเงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลงตามมาตรการของรัฐบาล ตัวเลขจริงคำนวณโดยเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดิน ณ วันโอน ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับสำนักงานที่ดินหรือกรมสรรพากรก่อนตัดสินใจ

ทุกประกาศบนเว็บ ChanSpace ระบุราคาที่ผู้ขายตั้งไว้ชัดเจน แต่ค่าใช้จ่ายวันโอนควรสอบถามและเผื่องบเพิ่มเติมตามที่อธิบายในบทความนี้เสมอ

ดูประกาศที่ดินทั้งหมด